Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กุ้งเครฟิช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กุ้งเครฟิช แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

กุ้งเครย์ฟิชในเมืองไทย

ในธรรมชาติกุ้งเครย์ฟิชสามารถอยู่ได้ทั้งในลำธาร หนองน้ำ และทะเลสาบ ปัจจุบันในโลกมีอยู่ประมาณ 500 ชนิด โดยร้อยละห้าสิบนั้นมีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือ
ในประเทศไทย มักนิยมแบ่งเป็น 3 สาย ดังนี้

สายที่ 1 PROCAMBARUS. หรือสาย P หรืออาจเรียกว่า กุ้งก้ามหนาม กุ้งสี
เช่น  กุ้งแดงญี่ปุ่น ไบท์ออเร้น สโนว์ บลูสปอต ถิ่นกำเนิดจะอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ และยุโรป
ลักษณะโดยทั่วไปคือก้ามจะมีหนาม

อวัยสืบพันธุ์เพศเมีย จะเป็นแผ่นวงรี ตำแหน่งอยู่ที่บริเวณโคนขาคู่ที่ 3 นับจากขาหลังขึ้นมา
อวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ จะมีลักษณะคล้ายตะขอ ยื่นออกมาจากบริเวณโคนขาคู่หลัง








สายที่ 2 CHERAX. หรือสาย C หรืออาจเรียกว่า กุ้งป่า ถิ่นกำเนิดมักอยู่ใน ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซีย ลักษณะเด่นอยู่ที่ ก้ามมีผิวเรียบไม่มีหนาม ลำตัวมีขนาดใหญ่และหนากว่ารวมถึงอวัยวะเพศก็มีลักษณะแตกต่างกัน
อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศเมีย จะอยู่บริเวณโคนขาคู่ที่ 3 นับจากขาหลังขึ้นมา
อวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ จะอยู่ที่โคนขาคู่สุดท้าย

กุ้งเครย์ฟิชสกุล (Cherax (Cherax spp.) มีรายงานการพบกุ้งก้ามแดงในสกุล Cherax ทั้งหมด 37 ชนิด ตัวอย่างภาพกุ้งก้ามแดงในสกุล Cherax บางชนิดดังด้านล่าง



สายที่ 3 CAMBARELLUS หรือกุ้งแคระ เพราะมีขนาดเล็ก 3-4 เซนติเมตร


          





          

ความรู้ทั่วไปของ CRAYFISH

ลักษณะทางอนุกรมวิธาน


Pennak(1953)ได้ศึกษาลักษณะทางอนุกรมวิธานของ Freshwater crayfish ไว้ดังนี้

Phylum : Arthoropoda
Class : Crustacea
Subclass :Malacostraca
Division : Eucarida
Order :Decapoda



เครย์ฟิช (Crayfish) จดอยู่ในกลุ่มของสัตว์ที่เรียกว่า ครัสเตเซียน (Crustaceans) โดยเป็นสัตว์จำพวกเดียวกับ ไฟลัม อาโทรพอด (Phylum Arthropoda) ซึ่งในฟอลัมนี้ จะมีญาติพี่น้องอื่นๆอีก เช่น
พวกแมลง  (Insect), แมงมุม (Arachnida), ตะขาบและกิ้งกือ(Myriapoda)  ซึ่งสัตว์ในฟอลัมนี้ จะมีเปลือกที่สร้างจากแคลเซียมคาร์บอเนตมาปกคลุมลำตัวโดยเรียกว่า คิวทิเคิล(Cuticle)

            กุ้งเครย์ฟิช หรือ ล็อบสเตอร์น้ำจืด (Freshwater Crayfish) มีถิ่นกำเนิดที่หลากหลาย ทั้งในอเมริกาเหนือยุโรป และเอเซียตะวันออก และออสเตรเลีย
            ในปัจจุบันประเทศไทยมีการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชเพื่อความสวยงามและเพื่อการบริโภค และกำลังจะพัฒนาไปสู่การเลี้ยงเพื่ออุตสาหกรรมในอนาคตในวงการสัตว์น้ำที่สวยงาม กุ้งเครฟิชทำหน้าที่เก็บซากพืชซากสัตว์กินเป็นอาหาร แต่ถ้าในพื้นที่จำกัดกุ้งเครย์ฟิชจะจับสิ่งมีชีวิตอื่นกินเป็นอาหาร หรือแม้แต่กุ้งเครย์ฟิชเองก็ตาม
              ดังนั้นในวงการการเพาะกุ้งชนิดนี้ จึงมีการคิดค้นวิธีที่จะลดความเสี่ยงในการสูญเสียลงไป
แต่อย่างไรก็ตาม กุ้งจะสามารถเจริญเติบโตในการเลี้ยงอย่างธรรมชาติ มากกว่า เช่น การเพาะเลี้ยงในบ่อดินอาจเพราะกุ้งได้รับแร่ธาตุและสารอาหารที่สะสมอยู่ในพื้นดินใต้น้ำก็เป็นได้






วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

Mr.Friday เล่าเรื่องการเลี้ยงกุ้งเครฟิช

Admin: ตอนแรกทำไมถึงมาเลี้ยงกุ้งเครฟิชคะ เริ่มจากอะไร

Mr.Friday: จริงๆ ช่วงนั้นผมมองหาอาชีพเสริมอยู่ครับ  เพราะรายจ่ายเยอะขึ้นแต่รายรับยังเท่าเดิม ทำให้ต้องการหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มครับ, ผมมาสะดุดตรงข่าวเกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งสามารถเลี้ยงง่ายๆ และใช้พื้นที่ค่อนข้างน้อยเลี้ยงในบ้านได้ แถมสร้างรายได้ ไม่ต้องลงทุนสูง ผมจึงศึกษาและได้ลองเลี้ยง โดยเริ่มจาก ซื้อกุ้งพ่อพันธ์ุ แม่พันธุ์ ก้ามแดงมา 2 ชุด ชุดละ 1,000 บาท ในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 หลังจากเลี้ยงได้ ประมาณ 2 เดือนก็สามารถเพาะพันธ์ุก้ามแดงแม่แรกออกมาได้ ซึ่งทำให้รู้สึกภูมิใจมากจึงได้เริ่มขยายพื้นที่และฟาร์มในบ้านเพิ่ม เลี้ยงมาได้ประมาณ 5-6 เดือนผมก็สามารถขยายก้ามแดงพ่อแม่พันธ์ุเพิ่มขึ้นมากว่า 50 กว่าคู่ ซึ่งตรงนี้เริ่มได้ทุนจากการเลี้ยง และมีรายได้เข้ามา และทุกวันนี้ผมก็ยังเลี้ยงและจำหน่ายให้กับลูกค้า เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่รู้จักในราคาที่จับต้องได้และมันสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากอาชีพหลักปัจจุบัน.
     หลังจากมีทุนจึงได้เริ่มมาศึกษาในส่วนของ โกส...และเป็นที่มาสำหรับการเริ่มสร้าง บล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่สนใจและต้องการศึกษาการเลี้ยงโกสจริงๆ จากประสบการณ์ตรงของผม เพราะผมเริ่มจาก "ศูนย์" จากการซื้อลงเดินมาเลี้ยง จนสามารถเพราะลูกออกมาได้จริงๆ ในระยะเวลา 3 เดือน เศษๆ 

Admin: จากที่เลี้ยงมาเจอปัญหาอะไรบ้างคะ

 Mr.Friday:กุ้งเลี้ยงค่อนข้างง่ายครับ ที่เจอปัญหา หลักๆ น่าจะเป็นเรื่องของน้ำครับ กุ้งเค้าจะอาศัยอยู่ในน้ำตลอดเวลา เค้าจะเดินที่พื้นเพราะว่ายน้ำไม่เป็น ดังนั้นคุณภาพของน้ำจึงค่อนข้างสำคัญ
-น้ำเสียเกิดจากให้อาหารเยอะเกินไป ทำให้กุ้งป่วยง่าย สังเกตุง่ายๆ กุ้งจะไม่ค่อยกินอาหาร  มีอาการซึม ไม่ค่อยเดิน หลับซ่อนตัวตลอดเวลา

-น้ำเสียเกิดจาก พื้นที่เลี้ยงแคบทำให้น้ำเสียง่าย กุ้งเค้าจะมีอาณาเขตของเค้าครับธรรมชาติ ของเค้าเองดังนั้นเราต้องมีพื้นที่ ที่กว้างพอสำหรับเลี้ยงครับ ขนาดที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงกุ้ง

-การสูญเสียจากกุ้งน๊อกน้ำ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณภูมิ แบบสวิงมากๆ ทำให้กุ้งปรับตัวไม่ทัน (ขยายบ่อให้กว้างขึ้นและเพิ่มปริมาณน้ำ เพื่อลดปัญหาอุณหภูมิที่แกว่งบ่อยๆ หรือจะหาผ้าหรือ วัสดุคลุมบ่อก็จะดียิ่งขึ้น) ขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายน้ำต้องคงเหลือน้ำเก่าไว้ด้วยประมาณ 20-30 %
-การสูญเสียจากการลอกคราบของกุ้งไม่ผ่าน กุ้งเค้าจะลอกคราบบ่อยมากๆ ในช่วงที่เค้ายังเล็ก และก็จะยืดระยะเวลายาวนานขึ้นเมื่อเค้าโตขึ้น อันนี้ปัญหาหลักๆที่ลอกคราบไม่ผ่าน เกิดจากคุณภาพของน้ำและอาหารครับ

         ซึ่งปัจจัยที่กล่าวข้างต้น ก็จะนำมาซึ่งการสูญเสีย จากประสบการณ์ผมเอง ที่เลี้ยง ช่วงแรกๆ ก็เจอมาทุกปัญหา ก็ค่อยๆ ปรับแก้ไขลองผิดลองถูกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก สำคัญที่สุดคือเรื่องของเวลา และความใส่ใจครับ หากเราเลี้ยงเค้าด้วยความรัก ความชอบเป็นพื้นฐาน ผมว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาพวกนี้ได้ครับ